ส่งอูพัปเปะ บีคอนโฮมเมด
ใช้ชิ้นเนื้อสามชั้นทั้งชิ้นห่อกลางด้วยเกลือ น้ำตาล และโซเดียมไนเตรต หมักไว้หนึ่งสัปดาห์ จากนั้นอบด้วยความร้อนต่ำในเตาอบจนสุกอย่างช้าๆ เพื่อให้ได้บีคอนโฮมเมดแบบดั้งเดิม
🙋 เหมาะสำหรับ
- ⭐ ผู้ที่อยากลองทำบีคอนโฮมเมดแบบดั้งเดิมที่ไม่เค็มเกินไปและมีรสชาติเข้มข้นกว่าบีคอนที่ขายในร้าน
- ⭐ ผู้ชื่นชอบการทำอาหารที่ต้องใช้เวลาและความใส่ใจในการหมักยาวนานและการปรุงด้วยความร้อนต่ำ
ชิ้นเนื้อสามชั้นทั้งชิ้นเกลือน้ำตาลโซเดียมไนเตรต
วัตถุดิบที่ต้องใช้ 🛒10 ที่
- ชิ้นเนื้อสามชั้นทั้งชิ้น 2.4 กิโลกรัม
- เกลือ 200 กรัม
- น้ำตาล 100 กรัม
- พาวเดอร์ นัมเบอร์วัน (มีโซเดียมไนเตรต 6.25%) ปริมาณพอเหมาะ
สูตร 🍳
- เช็ดน้ำให้แห้งทั้งผิวของชิ้นเนื้อสามชั้นทั้งชิ้นที่ยังมีผิวหนังอยู่ด้วยผ้าเช็ดจาน แล้วตัดครึ่งตามขนาดกระทะ
- ผสมเกลือ 200 กรัม น้ำตาล 100 กรัม และพาวเดอร์ นัมเบอร์วัน (โซเดียมไนเตรต) ให้เข้ากันอย่างสม่ำเสมอ เพื่อทำเป็นส่วนผสมหมัก
- นำไปทาส่วนผสมหมักให้ทั่วผิวเนื้อ ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง โดยใช้อัตราส่วน 1.5% ถึง 2.5% ของน้ำหนักเนื้อ
- บรรจุเนื้อลงในถุงสูญญากาศ แล้วห่อซ้ำด้วยพลาสติกแรปเพื่อปิดกั้นอากาศภายนอก นำไปแช่เย็นหนึ่งสัปดาห์
- หลังจากผ่านไปหนึ่งสัปดาห์ ใส่เทอร์โมมิเตอร์ชนิดเจาะเข้าไปที่กลางเนื้อ แล้วนำเข้าเตาอบที่อุ่นไว้ที่ 100 องศาเซลเซียส หรือเครื่องทอดอากาศ
- อบด้วยความร้อนต่ำประมาณ 2-3 ชั่วโมง จนอุณหภูมิภายในเนื้อถึง 65 องศาเซลเซียส
- นำบีคอนที่สุกแล้วออกมา ปล่อยให้เย็นสักครู่ แล้วใช้มีดค่อยๆ แยกผิวหนังแข็งที่เป็นชิ้นใหญ่ออกเป็นแผ่นบางๆ
- นำบีคอนที่เสร็จแล้วมาหั่นเป็นชิ้นบางหรือหนาตามความต้องการของเมนู แล้วเก็บหรือใช้ในงานประกอบอาหาร
- ทาส่วนผสมเกลือ น้ำตาล และโซเดียมไนเตรตให้ทั่วชิ้นเนื้อสามชั้น
- บรรจุในถุงสูญญากาศ แล้วแช่เย็นหนึ่งสัปดาห์
- อบด้วยเตาอบ 100 องศาเซลเซียส จนอุณหภูมิภายในถึง 65 องศาเซลเซียส แล้วเอาผิวหนังออก
เคล็ดลับ 💡
- ในการทำบีคอน ควรใช้ชิ้นเนื้อสามชั้นที่ยังมีผิวหนังอยู่ เพราะจะช่วยป้องกันการสูญเสียน้ำระหว่างปรุงอาหาร ทำให้เนื้อไม่บิดงอ
- โซเดียมไนเตรตเป็นส่วนผสมสำคัญที่ช่วยสร้างสีแดงสดใสและกลิ่นหอมเฉพาะตัวของบีคอน รวมถึงป้องกันการเน่าเสีย จึงต้องใช้ในปริมาณที่กำหนดไว้ตามมาตรฐานความปลอดภัย
- บีคอนที่ทำเสร็จแล้วมีอุณหภูมิภายในถึง 65 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นอุณหภูมิที่ฆ่าเชื้อโรคได้แล้ว จึงสามารถรับประทานได้ทันที แต่หากนำมาหั่นแล้วผัดในกระทะ ไขมันจะละลายออกมา ทำให้รสชาติโดดเด่นยิ่งขึ้น




